การเข้าใจเรื่องธรรมชาติของงานศิลปะ

ศิลปะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นสิ่งที่มิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ดังนั้นถึงธรรมชาติจะมีความสวยงามเพียงไรก็ไม่ใช่ศิลปะ เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ต่างๆ ป่าเขา ทะเล ทิวทัศน์ ฯลฯ อาจมีคุณค่าทางความงาม แต่เป็นเพียงปรากฎการณ์ธรรมชาติ เนื่องจากธรรมชาติเป็นแหล่งทรัพยากรอันสำคัญของศิลปะ เป็นแหล่งกระตุ้นให้มนุษย์เกิดแรงดลใจในการสร้างสรรค์ศิลปวัตถุของมนุษย์ทุกแขนง เป็นแหล่งรวมความรู้สาขาต่างๆ ศิลปินเชื่อว่าธรรมชาติรอบตัวนั้นเป็นวัตถุแห่งความรื่นรมย์ยินดี สร้างความเบิกบานให้แก่ตนเองและผู้อื่นนานัปการ ศิลปินจึงพยายามถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆดังกล่าว บันทึกเป็นงานศิลปะ เพื่อเป็นหลักฐานไว้ตามความสามารถและด้วยวัสดุที่เห็นว่าเหมาะสม

องค์ประกอบทางศิลปะ เป็นหลักสำคัญสำหรับผู้สร้างสรรค์และผู้ศึกษางานศิลปะเนื่องจากผลงานศิลปะใดๆก็ตามล้วนมีคุณค่าอยู่ 2 ประการ คือ คุณค่าทางด้านรูปทรงและคุณค่าทางด้านเรื่องราว ซึ่งคุณค่าทางด้านรูปทรงเกิดจากการนำเอาองค์ประกอบต่างๆของศิลปะอันได้แก่ เส้น สี แสงและเงา รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว ฯลฯ มาจัดเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความงามโดยมีหลักการจัดตามที่จะกล่าวต่อไปอีกคุณค่าหนึ่งของงานศิลปะ คือ คุณค่าทางด้านเนื้อหา เป็นเรื่องราวหรือสาระของผลงานที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ ต้องการที่จะแสดงออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัส รับรู้ โดยอาศัยรูปลักษณะที่เกิดจากการจัดองค์ประกอบศิลป์

ศิลปกรรมย่อมคู่กับวัฒนธรรมเสมอ

เพราะศิลปกรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความเจริญของสังคม ชีวิต ความเป็นอยู่ และความคิดอ่านของศิลปินถ่ายทอดลงเป็นงานศิลปะ ฉะนั้นการศึกษาศิลปะก็คือการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์นั่นเอง และเราสามารถเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อนได้จากงานศิลปกรรมทุกชนิด การสร้างสรรค์วัตถุขึ้นมาของมนุษย์ถือว่าเป็นงานสร้างสรรค์ศิลปะ ซึ่งในการสร้างวัตถุขึ้นมานั้นมีจุดมุ่งหมาย 3 ประการ คือ เพื่อเป็นประโยชน์ใช้สอย ซึ่งถือเป็นประโยชน์สุขทางกาย เป็นการรู้จักนำเอาศิลปะมาดัดแปลงให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตประจำวัน เพื่อสนองความต้องการทางสุนทรียสัมผัสในความงามของมนุษย์โดยตรง เป็นการสนองทางด้านจิตใจ เรียกว่า ประณีตศิลป์

เพื่อสนองความศรัทธาสูงสุดของมนุษย์ที่จะดำรงอยู่ในโลกด้วยความปกติสุข ได้แก่ งานสร้างสรรค์ในลัทธิการเชื่อถือและศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าเหนือกว่าศิลปะทั้งหลายที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ขึ้น วิชาศิลปะวิจักษณ์มีจุดมุ่งหมายในการเรียนไม่แตกต่างจากวิชาการสาขาอื่นๆ คือ เรียนเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และรู้จักพิจารณางานศิลปะอย่างมีเหตุผล ตลอดจนเข้าใจประวัติความเป็นมาจนสามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์งานศิลปะได้ คือ เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งสวยงามเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เกิดทัศนคติที่ดีต่องานศิลปะ รู้จักคุณค่าของศิลปกรรม และเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะอย่างมีหลักการจนสามารถรู้วิธีการเบื้องต้นในการ อนุรักษ์ศิลปกรรมของชาติได

ความรู้ทางด้านศิลปะธรรมชาติจนเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นของศิลปะ คือ การที่มนุษย์ต้องประดิษฐ์และสร้างสรรค์สิ่งอำนวยความสะดวกและเพื่อ ความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย สำหรับการดำรงชีพและความอยู่รอด ได้แก่ ที่พักอาศัยอย่างง่าย ๆ อาวุธที่สร้าง ขึ้นอย่างหยาบ ๆ สร้างภาชนะที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผาอย่างง่าย ๆ ล้วนเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นไปในลักษณะที่แตกต่างจากธรรมชาติ ในระยะต่อมา เมื่อมนุษย์ได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งบางเหตุการณ์เป็นสิ่งที่เหนือคำอธิบายได้ในยุคนั้น  ด้วยความเกรงกลัวในอิทธิฤทธิ์อำนาจของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ จึงได้เกิด พิธีกรรมต่าง ๆ  พัฒนามาเป็นลัทธิ ความเชื่อจนกลายเป็นศาสนาในปัจจุบันศิลปะจึงได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประกอบในพิธีกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นรากฐานและแรงบันดาลใจให้มนุษย์ในสมัยต่อ ๆ มา สร้างงานที่มีลักษณะแปลก แตกต่างและพัฒนาให้เกิด ผลงานที่ดีขึ้นต่อไป

การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์เป็นการดำเนินการในลักษณะต่าง ๆเพื่อให้ เกิดสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่มีชีวิตเท่านั้นที่จะมีความคิดอย่างสร้างสรรค์ได้ ความคิด สร้างสรรค์เป็นความคิดระดับสูง เป็นความสามารถทางสติปัญญาแบบหนึ่ง ที่จะคิดได้หลายทิศทาง หลากหลายรูปแบบโดยไม่มีขอบเขต นำไปสู่กระบวนการคิดเพื่อสร้างสิ่งแปลกใหม่ หรือเพื่อการพัฒนา ของเดิมให้ดีขึ้นทำให้เกิดผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตน เป็นตัวของตัวเอง อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์เป็นสิ่งมี ชีวิตเพียงชนิดเดียวในโลก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบในการดำรงชีวิต และสามารถพัฒนาสิ่งต่าง ๆให้ดีขึ้นกว่า เดิม รวมถึงมีความสามารถในการพัฒนาตน พัฒนาสังคม พัฒนาประเทศ  และรวมถึงพัฒนาโลกที่เราอยู่ ให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับมนุษย์มากที่สุด ในขณะที่สัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่มีวิวัฒนาการมาเช่นเดียวกับเรายังคงมีชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง